Pages

Showing posts with label healthy breakfast. Show all posts
Showing posts with label healthy breakfast. Show all posts

Thursday, November 1, 2012

DIY Almond Milk นมอัลมอนด์โฮมเมด

สวัสดีค่ะ

วันนี้แอนมีสูตรนมอัลมอนด์มาฝากชาวบล็อกนะคะ




นมอัลมอนด์ที่เราเห็นตามซุปเปอร์ที่นี่ก็จะมีอยู่ 2 ยี่ห้อ คือของ Silk กับ Almond Breeze มีหลายรส ตั้งแต่รสจืด รสวนิลาแบบจืด วนิลาแบบหวาน ช็อคโคแลต ซึ่งหลายๆคนที่เลิกดื่มนมวัว และหลีกเลี่ยงนมถั่วเหลือง นมอัลมอนด์จึงเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ แต่รู้มั้ยคะว่า นมอัลมอดนด์แบบกล่อง มันไม่ได้มีแค่ อัลมอนด์กับน้ำอย่างเดียว มันมี
ของยี่ห้อ Silk ที่โฆษณาว่า Pure Almond Milk...นมอัลมอนด์ แต่ใส่ Soy lecithin!?!
เครดิตภาพจาก foodembrace.com


ส่วนนี่เป็นของ Almond Breeze แอนซื้อประจำนะเมื่อก่อน
เครดิตภาพ foodembrace.com

 คือมันใส่สารกันบูด สาร stabilizer ใส่อะไรต่อมิอะไรที่ไม่จำเป็นลงไป เวลาเราซื้ออาหารที่ถูกบรรจุมาในกล่อง ต้องอ่านส่วนประกอบด้วยนะคะ อย่ามัวแต่ดูแคลอรี่ ไขมัน น้ำตาล ดูด้วยว่า เค้าใส่อะไรลงไปบ้าง ถ้าอ่านเจอส่วนผสมที่เราอ่านไม่ออก ก็อย่าซื้อ อย่าหลงเชื่อกับคำโฆษณา low fat,sugar-free

แอนเลยเลิกซื้อนมอัลมอนด์กล่องๆ แล้วหันมาทำเอง เชื่อมั้ยคะว่า ง่ายแสนจะง่าย ประหยัดตังค์ด้วย นมอัลมอนด์กล่องนึงก็เกือบ $3 เหรียญ เราซื้ออัลมอนด์แบบดิบมาถุงละพาวน์ ราคา $5 ทำนมอัลมอนด์ได้ตั้ง 4 ครั้ง(ครั้งละ 3-4 แก้ว) แถมรสชาดเข้มข้นกว่า

สิ่งที่ต้องมี
1. Raw Almond อัลมอนด์แบบดิบ 1 ถ้วยตวง
2.น้ำสะอาด
3. น้ำผึ้ง Raw Honey
4. เครื่องปั่นน้ำผลไม้
5. Cheesecloth ซื้อมาทำกรีกโยเกิร์ต ก็เอามาใช้คั้นนมอัลมอนด์ได้/ผ้าขาวบาง
6. ตะแกรง

วิธีทำ
1. ต้องใช้เวลาแช่อัลมอนด์นะคะ ดังนั้นวางแผนด้วย ถ้าจะดื่มพรุ่งนี้ ก็แช่วันนี้
เอาอัลมอนด์ใส่อ่าง หรือภาชนะมีฝาปิด ใส่น้ำสะอาดลงไปพอท่วม ปิดฝา หรือใช้ wrap คลุมไว้ เอาแช่ตู้เย็น 12-24 ช.ม. ในรูปแอนแช่ 1 วันเต็มๆ


2. เมื่อแช่ได้ที่แล้ว เอาใส่ตะแกรง ล้างน้ำ


3. เอาอัลมอดน์ใส่โถปั่น น้ำสะอาดที่เราดื่มนะคะ 3-4 ถ้วย ใครชอบเข้มข้นก็ 2-3 ถ้วย แอนใช้ 3 ถ้วยค่ะ ใช้ Low speed ปั่น 2 นาที
 
                                 
 
4.  เอาตะแกรงวางบนชามใหญ่ๆ วาง cheesecloth บนตะแกรง เทนมลงไป
 

  



5. บีบนมให้ออกมาได้เยอะที่สุด  มีลูกมือมาช่วยด้วยงานนี้ :)


6. ถ้าชอบหวานหน่อย ใส่น้ำผึ้ง 1-2 ช้อนโต๊ะ ใส่ vanilla extract ลงไปด้วยก็ได้เช่นกัน หรือจะเป็นผงซินนาม่อนป่นก็ได้นะคะ แล้วคนให้เข้ากันดี



 7. ให้ฝ่าย QC ตรวจสอบคุณภาพ

                              
 8. อร่อยครับผม :)  เก็บใส่ขวดมีฝาปิด แช่ตู้เย็นได้ 2-3 วันนะคะ ถ้าดื่มทุกวัน 2 วันก็เกลี้ยงแล้ว มันอาจจะขั้นตอนเยอะ แต่ถ้าเทียบกับสารเคมีแปลกปลอมที่เราต้องได้รับจากการบริโภคนมอัลมอนด์แบบกล่อง สู้เสียเวลานิด ทำเองดีกว่าค่ะ
 
 
 9. กากอัลมอนด์ที่เหลือ เราเอาไปอบแห้งที่อุณภูมิต่ำที่สุดของเตาอบ 170F นะคะ แปลงรูปเป็น Almond meal ไม่ต้องเสียตังค์ซื้อถุงละ $9 เลย
 



Almond meal/Almond flour เอามาทำอาหารให้เยอะแยะเลยค่ะเช่น
มัฟฟิ่นฟักทองแบบ Gluten-Free (จะทำเป็น Protein muffins ยังได้) เข้ากับบรรยากาศตอนนี้มากๆ
 

โปรตีนแพนเค้กแบบ Gluten-Free ไม่ใช้โอ๊ตมีล
 

ไก่ทอด Coconut Chicken สำหรับทุกคนในครอบครัว เด็กๆที่บ้านชอบมากเช่นกัน :)
 
ใครที่ไม่เคยลองนมอัลมอนด์ ลองทำดูนะคะ จะใส่ใน Protein shake ทำสมูธตี้ ก็ยังได้ มันจะมีกลิ่นหอมๆอัลมอนด์
สูตร จะตามมานะคะ


ขอบคุณที่ติดตามค่ะ

แอน

ติดตามอัพเดทของบล็อกได้ทาง Drop Dead Healthy Facebook Page


Wednesday, August 29, 2012

Sweet & Nutty Cherry & Almond Granola กราโนล่าโฮมเมด ไร้สารปรุงแต่งเจือปน

สวัสดีค่ะ :)

วันนี้แอนมีสูตรกราโนล่ามาฝากนะคะ กราโนล่านี้ เราสามารถทานเป็นอาหารเช้า หรืออาหารว่างระหว่างมื้อ/หลังออกกำลังกาย ทานกับโยเกิร์ตก็ได้ค่ะ



ก่อนหน้านี้แอนเคยซื้อกราโนล่าเป็นกล่องๆจากซุปเปอร์มาร์เก็ต...แต่เดี๋ยวนี้เลิกซื้อไปแล้ว เพราะว่าแทบจะไม่มีเลยที่เค้าจะไม่ใส่น้ำตาล...ลองดูปริมาณน้ำตาลแต่ละ serving สิคะ อย่างต่ำก็ 10 กรัม แล้ว 1 serving ก็ 3/4 ถ้วย นี่ยังไม่รวมน้ำมันพืช สารปรุงแต่งอื่นๆที่เค้าใส่ลงไปอีก
แม้กระทั่งยี่ห้อที่เป็น organic นะคะ

เพราะฉะนั้น ก่อนจะเลือกซื้ออาหารที่มาในรูปกล่องหรือขวด อ่านส่วนผสมด้วยนะคะ อย่าคิดว่า ขึ้นชื่อว่า organic หรือ all-natural แล้วจะดีหมด
10 g. sugar!!!!


ข้อดีของกราโนล่าทำเองก็คือ มีของไม่กี่อย่าง ทำง่าย ใช้เวลาไม่นาน และลูกๆก็ทานได้ด้วยนะคะ ดีกว่าซีเรียลอีก

แอนได้ไอเดียมาจากเว็บนี้นะคะ http://www.lovingfit.com/nutrition/sweet-and-salty-granola-recipe/

สิ่งที่ต้องมี



1. Old fashion oats หรือ Rolled oats 2 ถ้วย  ใช้แบบนี้เท่านั้น อย่าใช้ Instant oatmeal  นะ เพราะอันนั้น ไม่เหลือไฟเบอร์เท่าไหร่แล้ว 
2. ถั่วแบบที่ไม่อบตามชอบ แอนใช้ sliced-almond  1.5 ถ้วย
3.ผลไม้แห้งที่ไม่ใส่น้ำตาล แอนใช้เชอร์รี่แห้ง ทั้งถุง ขนาด 5 ออนซ์
4. น้ำผึ้งแบบ Raw honey แล้วแต่ความชอบหวานมาก-น้อย นะคะ แอนใช้ 1/4 ถ้วย เพราะมีความหวานจากผลไม้แห้งแล้ว
5. ผงอบเชยป่น นิดหน่อย

วิธีทำ
1.วอร์มเตาอบไว้ที่ 365 F เอาโอ๊ตมีลใส่ถาดอบ กระจายๆให้ทั่วกัน

2. เอาอบ 20-25 นาที จนเราได้กลิ่นหอมๆของโอ๊ตทั่วบ้าน หรือโอ๊ตเป็นสีเหลืองทอง
3. หลังจากนั้น ใส่เชอร์รี่แห้ง ถั่ว และผงซินนาม่อน คลุกเคล้าให้ทั่วกัน

4. ลดไฟเตาอบเหลือ 325 F เอาโอ๊ตเข้าอบต่อ 10-15 นาที
5. หลังจากนั้น เอาออกจากเตา แล้วโรยน้ำผึ้งให้ทั่ว คลุกเคล้าให้เข้ากันอีกที... ที่ใส่น้ำผึ้งหลังจากอบเพราะว่า ความร้อนจะทำให้น้ำผึ้งสูญเสียเอนไซม์ที่มีอยู่ได้


6. เรียบร้อยแล้วค่ะ รอให้หายร้อน แล้วเก็บใส่กล่องที่มีฝาปิดแน่นๆนะคะ เก็บไว้ได้ประมาณ 1 อาทิตย์ แอนทำทีไร ไม่กี่วันก็หมดแล้ว เพราะทานกันทั้งบ้าน :)

 กราโนล่านี้กับ นมอัลมอนด์/นมมะพร้าวรสจืด หรือจะทานกับ Homemade Greek-Style yogurt  เป็นอาหารเช้า/อาหารว่างหลังออกกำลังกายยกเวท 12-Week Lifting Program ก็ได้เช่นกัน


แอนทานเป็นอาหารเช้าคู่กับโยเกิร์ต 1/2 ถ้วย พร้อมกับไข่ดาว ผักโขมนึ่ง แล้วก็ผลไม้(มะเขือเทศถือเป็นผลไม้ค่ะ :)  เติมพลังให้ร่างกายก่อนเริ่มวันใหม่

คราวหน้าทำ ว่าจะใส่มะพร้าวขูดแบบจืดลงไปอบด้วย น่าจะอร่อยไปอีกแบบ กรอบๆมันๆมะพร้าว :D
กราโนล่านี้ทำง่ายๆ ไม่ยากเลย ใครว่าทานอาหารเพื่อสุขภาพ ต้องรสชาดจืดชืดเสมอไป :)

ขอบคุณที่ติดตาม ขอให้มีวันดีๆนะคะทุกคน

แอน

ติดตามอัพเดทของบล็อกได้ทาง Drop Dead Healthy Facebook Page

Saturday, August 18, 2012

100% Natural Pancakes แพนเค้กเพื่อสุขภาพ นุ่ม หอม อร่อย

สวัสดีค่ะ

แอนไม่ได้ลงสูตรอาหารที่บล็อกนานเลย วันนี้มีสูตรแพนเค้กเพื่อสุขภาพ หอม นุ่ม อร่อย มาฝากชาวบล็อกนะคะ
                                       
                                   
สิ่งที่ต้องมี ก็แค่ Ingredients

1. ไข่ไก่ 2 ฟอง, แนะนำให้ใช้ไข่ไก่แบบ free-range หรือไข่ที่ได้จากแม่ไก่เลี้ยงแบบให้จิกอาหารตามธรรมชาตินะคะ 2 eggs, preferably free-range eggs
2. กล้วยหอม 1 ลูก 1 banana
3. ซินนาม่อนผง(แล้วแต่) Cinnamon powder ( optional)

วิธีทำ.....ง่ายมาก
1. กล้วยหอม ยังไม่ต้องปอกนะคะ เอามือบีบๆนวดๆ ให้มันนิ่มเหมือนกล้วยบด พอนิ่มแล้วปอกเปลือก ใส่ชาม ถ้ายังไม่เละพอ เอาส้อมบดๆได้ Mash banana by using fork until smooth or squeeze it with your hands( don't peel the banana yet,of course :) )
2. ตอกไข่ใส่ชาม ใช้ส้อมตีไข่กับกล้วยให้เข้ากัน ใส่ซินนาม่อนผงลงไปด้วยตอนนี้ก็ได้ถ้าชอบ Crack eggs into the bowl and mix with banana. Add cinnamon powder if you want

3. สเปรย์กะทะ หรือ griddle ด้วย Pam หรือจะใช้น้ำมันมะพร้าว 1/4 ช้อนชาละลายในกะทะ ใช้ไฟกลางนะคะ หยอดส่วนผสมลงไป ประมาณ 1 ช้อนโต๊ะพูนๆ รอสัก 20-30 วิค่อยกลับ เหมือนกับเราทอดแพนเค้กตามปรกติ Spray your pan ot griddle  with some PAM, EVO, or coconut oil on low to medium heat, scoop some of the batter onto the pan, give it about 20-30 sec, flip, and done!

เรียบร้อยแล้วค่ะ แอนทานกับสตรอเบอรี่ มีวิปปิ้งครีมที่ทำจาก organic heavy cream  หรือจะราดน้ำผึ้ง(raw honey) นิดหน่อยก็ได้นะคะ แล้วแต่ความชอบของแต่ละคน

                                                    
                                                 

ไม่ต้องเสียเวลาผสมแป้ง ใช้เวลาทำไม่ถึง 10 นาทีก็ได้แล้ว ส่วนผสมหลักที่ทำให้อร่อยก็คือกล้วยหอม ให้เด็กๆทานเป็นอาหารเช้า หรือของว่างยังได้เลยค่ะ ลูกแอนสองคนชอบมาก

แพนเค้กสูตรนี้เป็นแพนเค้กแบบ Paleo ซึ่งไม่มีแป้ง นม น้ำตาล เป็นส่วนผสม
 นอกจากเราจะทานเป็นอาหารเช้าได้แล้ว ยังสามารถทานเป็น Post-workout meal หรือหลังออกกำลังกาย(โดยเฉพาะยกเวทจาก 12-Week Lifting Program ) ได้ด้วย เพราะมีครบทุกอย่าง โปรตีนจากไข่ที่จะช่วยซ่อมแซมกล้ามเนื้อร่างกายดูดซึมง่าย กล้วยหอมมีน้ำตาลกลูโคสสูงซึ่งช่วยช่วยเติมไกลโคเจนให้กับกล้ามเนื้อ กรดไขมันที่ดีจากไข่แดง ช่วยให้เรารู้สึกอิ่มท้องนาน
ที่ว่ามาทั้งหมดนี้ แค่ 248 แคลอรี่เองนะคะ :)

ทั้งง่าย อร่อย แถมดีต่อสุขภาพแบบนี้ ต้องลองทำดูนะคะ


แอน

ติดตามอัพเดทของบล็อกได้ทาง Drop Dead Healthy Facebook Page

Friday, June 15, 2012

Homemade Greek-Style Yogurt โฮมเมดโยเกิร์ตแบบกรีก

สวัสดีค่ะทุกคน :)




วันนี้แอนมีสูตรการทำโยเกิร์ตแบบกรีกมาฝากนะคะ จริงๆโยเกิร์ตแบบกรีกก็เหมือนกับโยเกิร์ตธรรมดานี่ล่ะค่ะเพียงแต่มันจะข้นกว่า และมีโปรตีนมากกว่าเท่าตัว

ปรกติก่อนหน้านี้ แอนจะซื้อกรีกโยเกิร์ตของยี่ห้อ Fage ไม่ก็ Chobani แอนทานแบบ 2% นะคะ ไม่ทานแบบ Fat free รสชาดมันละมุนกว่ากัน แถมไขมันที่อยู่ในโยเกิร์ตนั้นช่วยให้ร่างกายเราดูดซึมแคลเซี่ยมในนมได้ดีกว่า Fat free
ซื้ออาทิตย์ละกระปุกนึงขนาด 32 oz.  ตกเกือบ 6 เหรียญแหนะ แพงมากก แถมมันไม่ได้เป็นแบบ organic อีก แอนเลยลองหาวิธีการทำโยเกิร์ตแบบนี้ในอินเตอร์เน็ตดู ก็ได้มาจากที่นี่นะคะHappysimpleliving.com

วิธีการทำไม่ยากเลย อุปกรณ์ก็มีอยู่บ้างแล้วในครัว  อาจจะใช้เวลานานหน่อย แต่ว่าคุ้มกว่าไปซื้อตามร้านนะคะ เพราะนอกจากเราจะเลือกใช้นมแบบ organic ราคากล่องนึงก็แค่ 3.59 เหรียญ หรืออาจจะน้อยกว่าถ้าซื้อแบรนด์วอลมาร์ท ทาร์เก็ต ประหยัดตังค์ไปเกือบครึ่งแหนะ   อีกอย่างแอนว่ามันเปรี้ยวน้อยกว่าที่ซื้อเค้าอีก
** เหตุผลที่เลือกนมแบบ organic ก็เพราะว่า แม่วัวไม่ได้ถูกฉีดฮอร์โมน หรือให้ antibiotics ถ้าใช้นมแบบธรรมดา ควรจะเลือกเป็นแบบ Pasteurized แทนแบบ Ultra-Pasteurized นะคะ เพราะโยเกิร์ตที่ได้จะไม่เป็น curd หรือเป็นลิ่มๆ**

นี่เป็นอุปกรณ์ที่เราจะใช้ทำโยเกิร์ตนะคะ


1. นมสดแบบจืด ครึ่งแกลลอน แอนเลือก 2%
2. ปรอทวัดอุณหภูมิแบบ candy thermometer แอนซื้อมาวอลมาร์ท ราคา $3 นิดๆ
3. หม้อขนาดย่อม(ลืมเอาเข้าฉาก)
4. โยเกิร์ตรสจืด 2 ช้อนโต๊ะ เป็นตัว starter
5. Cheesecloth ซื้อจากทาร์เก็ตนะคะ $2 นิดๆ เอามาใช้ได้อีกหลายครั้ง
6.กระปุกไว้ใส่โยเกิร์ตที่ทำเสร็จ แอนเอากระปุกเก่าๆนี่ล่ะค่ะมาใช้อีก ช่วยลดขยะ :)
7. วนิลา เพื่อกลิ่น ไม่ใส่ก็ได้นะคะ
8. หม้อหรือถาดที่เรียกว่า casserole มีฝาปิด ถ้าไม่มีฝา ใช้อลูมีเนียมฟอยล์ปิดได้ค่ะ
9. ตะแกรงตาถี่
10. ผ้าขนหนู

วิธีทำ1. เริ่มต้นโดยเอานมใส่หม้อนะคะ ** อย่าเทหมด แบ่งนมไว้ 2 ช้อนโต๊ะ**ตั้งไฟกลาง เอาปรอทเหน็บไว้ที่ข้างหม้อแบบนี้ คนเป็นระยะ เพื่อที่ว่า นมจะไม่ไหม้ติดที่ก้นหม้อ


2. เอานมที่เราแบ่งไว้ ผสมกับโยเกิร์ต 2 ช้อนโต๊ะ คนให้เข้ากันพักไว้


3. คอยเช็คดูอุณหภูมิ เมื่อวัดได้ 180 F (ลืมถ่ายรูปตรงนี้มา) ให้ยกลงจากเตา เทใส่ชามอีกใบ เพื่อที่ว่าจะลดความร้อนได้ไวขึ้น

4. รอให้นมอุณหภูมิลดลงเหลือประมาณ 105 F-110 F ตรงนี้จะใช้เวลาประมาณ ครึ่งช.ม.ถึง 50 นาที แล้วแต่ ระหว่างรอ ให้เปิดเตาอบวอร์มรอนะคะ วอร์มที่อุณหภูมิต่ำสุด เตาแอนอยู่ที่ 170 F

5. เมื่อนมอุณหภูมิลดลงได้ที่ 110 F แล้ว ***ให้เอาโยเกิร์ตกับนมที่เราผสมไว้เมื่อกี๊นี้ ใส่ในนม คนให้เข้ากันดี สำคัญมากๆนะคะขั้นตอนนี้ อย่าลืม เดี๋ยวจะได้ไม่โยเกิร์ต***

6. เทใส่หม้อ/ถาด casserole เอาฝาผิด(ถ้าไม่มีฝา ก็ใช้ฟอยล์หุ้มปิดให้รอบๆ) เอาผ้าขนหนูห่ออีกที แล้วเอาเข้าเตาอบ




7. ปิดเตาอบที่วอร์มไว้ แล้วเปิดไฟในเตาอบทิ้งไว้เพื่อให้อุณหภูมิอุ่นคงที่ตลอด ทิ้งไว้แบบนี้ 7-8 ช.ม. แอนทำตอนก่อนเข้านอน แล้วทิ้งไว้ทั้งคืน

ตื่นเช้ามาก็จะได้แบบนี้

เช็คดูนะคะว่า มันข้นหรือปล่าว ถ้าไม่ข้น วอร์มเตา แล้วเอาหม้อโยเกิร์ต(ปิดฝา ห่อผ้าขนหนูด้วยนะคะ) เข้าเตา อีกช.ม.นึง ค่อยเช็คอีกที

8. สำหรับโยเกิร์ตธรรมดา ก็ให้คนๆ เอาไปแช่เย็น อาจจะเทน้ำออกนิดหน่อยนะคะ ส่วนโยเกิร์ตแบบกรีก เอาโยเกิร์ตไปแช่ตู้เย็น 2-3  ช.ม. เพื่อที่จะได้ข้นขึ้นอีกนิด แล้วเอา cheesecloth ที่พับทบกัน 4 ทบ วางบนตะแกรงแบบนี้ แล้วหาชามใบใหญ่ๆรองอีกที



9. เทโยเกิร์ตลงบน cheesecloth เสร็จแล้ว เอาแช่ตู้เย็น 1 ช.ม. ผ่านไป เทของเหลวในชามทิ้ง แล้วเอาตะแกรงวางบนชามเพื่อกรองอีกครั้ง เอาเข้าตู้เย็นอีก 1 รอบ เสร็จแล้วค่ะโยเกิร์ตโฮมเมดของเรา

เอาใส่กระปุกแช่เย็นเก็บไว้ได้ถึง 1 อาทิตย์ ถ้าใครชอบกลิ่นวนิลา จะใส่เพิ่มไปตอนนี้ก็ได้นะคะ

แอนทานกับ โฮมเมดกราโนล่า Salty-Sweet Cherry Almond Granola ทำเองอีกเช่นกัน ไว้จะลงสูตรให้นะคะ น้ำตาลน้อยกว่า ไม่มีสารเคมีเจือปนเหมือนกับซื้อกล่องๆ


อ้อ...อย่าลืมเซฟโยเกิร์ตไว้ 2 ช้อนโต๊ะด้วยนะคะ เพื่อเก็บเป็น starter ให้กับการทำโยเกิร์ตเราครั้งหน้า

Enjoy Drop Dead Healthy Homemade Greek-Style Yogurt :)

แอน