Pages

Sunday, September 30, 2012

My food in pictures

สวัสดีค่ะ

เนื่องจากมีเพื่อนต่างชาติที่คุยกันหลายๆคน และที่ Like ใน Facebook กระซิบมาว่า บล็อกแอนเป็นภาษาไทย พอใช้อากู๋แปลแล้ว มันตลกมากๆ แปลเป็นคนละเรื่องไปเลย ไม่เกี่ยวกับการออกกำลังกาย ดังนั้นบล็อกนี้จะขอบล็อกเป็นอังกฤษนะคะ เพราะเพื่อนต่างชาติ เค้าอยากรู้เกี่ยวกับเรื่องโภชนาการด้วย...ออกตัวไว้ก่อนว่า ไม่ได้เก่งภาษา ถ้าแกรมม่าผิดอะไรก็ อย่าว่ากัน...นะคะ :D

Hi everyone,

I got messages/questions about what do I usually eat,how much,when, if I can give an example of food I eat each day or what diet I am on.So, I thought this blog is a good idea to answer all those questions :)

Let me state first, I don't like the word "diet".Why?? Because when we think of " diet" we always think of those lost 7 lbs. in 1 week thing. To me, it's totally unrealistic and unhealthy.

If you follow me on my facebook page, I usually post my food pics on my timeline. My purpose is to share what a healthy eating is like and what I normally eat. As I wrote in the previous blog that I like keeping my food 80% clean and 20 % treats. I don't believe in 100% strict diet unless you're on figure competition. I believe in eating real food (most of time) and  enjoying your life :)

Staples in my nutrition are as follow :

Protein: Organic,free-range eggs(preferbly), chicken, turkey,homemade greek-style yogurt, cod, tilapia, shrimp, tuna, salmon, grass-fed beef(once a month), pastured pork

Starchy carbs : rice/brown rice,butternut squash, sweet potato.

Fruits : I love fruits :D So, I eat whatever  in season.

Veggies : Try to eat colorful vegetables as many as I can. Kale,collard green, spinach,romain lettuce, arugula, colored bell peppers,mushroom, carrots,celery, broccoli, cauliflower, zuchini ,herbs & spices etc.

Fat : Extra virgin olive oil, avocado, nuts( raw or dried roasted), coconut oil,coconut milk, almond milk, nitrite-free bacon (once a week)

Treats and 1 or 2 off- plan meals (Saturdays or Sundays...depends) : Tacos, pizza, pasta, my homemade ice cream, any kind of bake goods, and dark chocolate.

You see....I do eat!! LOL

Notes :
1. I'm not a food photographer and I use my ipad to take pictures.So my food might not look pretty.
2. I eat protein,vegetable and healthy fats at every meal and either starchy carbs or fruits depending on my training schedule.
3. I don't eat oatmeals,wholewheat/whole grain pasta or bread because they make my stomach bloat really bad, so you won't find them in my food list.

So, this is what I ate yesterday :

Morning : 1 big glass of warm water with freshly squeeze lime/lemon juice.I've been doing this in the past 3 years. It's a great way to wake up :)


Then I had a big cup of coffee with splash of organic half-half (sorry no pic)

                                                Breakfast 10:00 am.
 
Colorful plate ;)
2 whole eggs + 2 strips of bacon( not pictured)+ 2 cups of kale, couple strawberries,sliced and drizzled with little bit olive oil and fresh lemon juice. Kale has tons of calcium.Vitamin c in lemon juice helps your body absorb calcium from green veggies.


Lunch 2:00 pm



Chicken & veggies(red & green bell peppers,celery & zuchini) stired-fried with curry powder(ไก่ผัดผงกะหรี่). I ate with cauliflower rice( leftover from dinner yesterday)  Making this faux-rice is another great way to add vegetables into your diet. I will post the recipe later :)
 
 
Post-Workout Snack 6:00 pm
1/2 cup greek yogurt,1 frozen banana, 1/2 cup frozen blueberry, 1 handful spinach & unsweetened almond milk
 
Dinner 7:30 pm
 
Tilapia with yellow curry sauce( ปลานิลทอดราดซ็อสแกงกะหรี่),rice, grape tomatoes,cucumber & spinach. You can tell I'm a curry lover lol.  Those chili peppers,lime juice & fish sauce are my thai staples. I can't live without them :)
 

That was my food that I ate yesterday. As I said I keep it 80% clean and 20 % treats, let's take a look on that 20% I had today.
 
It was White chocolate & strawberry cheesecake. I shared this with the kids. It was absolutely divine!!

Now you might ask" How many calories is that??"  I simply don't care about counting calories. I used to do it and honestly found it was obsessive. In my opinion, t's not that important...seriously!! I eat when I'm hungry ,I eat real food and stop when I'm about 80% full.

Some of you might think I eat carbs so little and eat only 3 squar meals instead of eating 6-8 small meals. Well, there's no one-size-fit-all eating approach. We all are different.Some of you will do fine on heavy carbs but I don't. Eating too much carbs causes me sleepy and lack of energy. I do just fine on protein and fats even when I do weight training( and I'm not talking about lifting those 3 lbs. dumbbells ;) )
 Eating small meals isn't suitable for me. I don't have time to sit down and eat "small meals" that often. I used to do that and found myself think about food ALL.THE.TIME!! And if I missed my meal, I got cranky!!  It's just me, if you're fine with small meals, then keep doing it :) There's no right or wrong.

The most important thing is eating this way makes me happy and healthy. It enhances my performance on my training and makes me feel good inside & out.

Alright, enough for me :) How about you?? I want to hear about what you eat as well :)

Ann

Follow me on Drop Dead Healthy Facebook Page





Wednesday, September 26, 2012

12-Week Lifting Program Week 7- Week 8, Day 2

สวัสดีค่ะ

วันที่ 2 ของวีค 7-8 นี้ จะเป็น กล้ามเนื้อหน้าอก(Chest)และกล้ามเนื้อหลังแขน(Triceps) เวิร์คเอาท์นี้ จะเล่นกล้ามเนื้อหน้าอกก่อน เพราะเป็นกล้ามเนื้อกรุ๊ปใหญ่กว่ากล้ามเนื้อหลังแขน สิ่งที่ควรระวังก็คือ การรักษาท่าที่ถูกต้อง( Maintain good forms) และการเลือกน้ำหนักโดยเฉพาะท่าที่ใช้กล้ามเนื้อหลังแขน เช่น Triceps Kickbacks ถ้าเราเลือกน้ำหนัก หนักเกินไป เราจะ cheat โดยที่ใช้แรงโมเมนตัม แทนที่จะใช้แรงจากกล้ามเนื้อ เพราะฉะนั้น เราจะเห็นผลลัพธ์ได้ ต้องรักษาฟอร์มให้ถูกต้องนะคะ และยังจะช่วยป้องกันอาการบาดเจ็บที่จะเกิดตามมาได้ด้วย
วันนี้ก็ยังเป็นวิดีโอจากยูทูป ทั้งที่แอนได้ทำไปก่อนหน้านี้แล้ว เพราะข้อมือยังต้องพักรักษาอยู่ :)

Week 7- Week 8
Day 1 :Legs + Cardio 25 minutes Incline Walk
Day 2 : Chest & Triceps + Cardio เหมือนวันที 1
Day 3 : Back & Biceps + Cardio เหมือนวันที่ 1
Day 4 : Shoulders,Abs & Calves + Cardio HIIT 20 minutes
Day 5- Day 7 : Rest...stay active !!

อุปกรณ์ที่ต้องมี
1. สมุดจด ปากกา นาฬิกาจับเวลาตอนพัก
2. เวทดัมเบลล์/Resistant band หรือขวดน้ำที่หนักๆไว้ใช้แทนดัมเบลล์
3. Exercise ball ไม่มีก็ไม่เป็นไรนะคะตัวนี้

Chest & Triceps
1. Ball Chest Fly
2. Ball Chest Press
3. Incline DB Press หรือ Decline Push up
4. Overhead Rope Extension/ Seated Overhead DB Extension
5. Triceps Kickbacks
6. Triceps Dips
7. DB Skull Crusher

คำอธิบาย
แต่ละท่า จะทำทั้งหมด 3 เซ็ท 1 เซ็ท ให้ทำจำนวนครั้งตามที่ท่านั้นกำหนดไว้ เมื่อทำครบ 1 เซ็ท ให้พัก 60 วินาที แล้วจึงเริ่มเซ็ทที่ 2 ทำท่านั้นจนครบ 3 เซ็ท ค่อยเริ่มท่าถัดไป

1. Ball Chest Fly 3 เซ็ท เซ็ทละ 12 ครั้ง

ใครไม่มีดัมเบลล์ ใช้ขวดน้ำดื่มหนัก 2 ขวด(ขนาด 1 ลิตร แอนว่าใช้ได้เลยล่ะค่ะ) ถือแทนดัมเบลล์ได้นะคะ
   

2. Ball Chest Press 3 เซ็ท เซ็ทละ 12 ครั้ง


3. Incline DB Press หรือว่า Decline Push up 3 เซ็ท เซ็ทละ 10 ครั้ง
ท่านี้จะอยู่ในวีคที่ 5-6 ด้วยนะคะ ลองย้อนกลับไปดูว่า อาทิตย์ก่อนนั้น เราทำได้กี่ครั้ง วันนี้ ลองทำให้มากกว่าครั้งก่อนซัก 1 ครั้ง...ทำได้มั้ย อย่าลืมนะคะ 1 ครั้งก็ถือว่าเป็นการพัฒนาเช่นกัน


4. Overhead Rope Extenstion หรือ Seated Overhead DB Extension 3 เซ็ท เซ็ทละ 12 ครั้ง
ท่านี้คนที่ทำที่บ้าน จะไม่มีอุปกรณ์ทำท่า Rope Extension แต่เราสามารถแทนด้วยการใช้ดัมเบลล์ ท่านี้ต้องระวังก็คือ
    1. หลังต้องเป็นเส้นตรง โดย Keep your abs tight เกร็งกล้ามเนื้อหน้าท้องไว้ เพื่อที่ว่า หลังเราจะไม่แอ่นตามน้ำหนักเวทด้านหลัง
    2. ข้อศอกให้หันไปด้านหน้า ไม่กางออกด้านข้าง
    3. ต้นแขนให้แนบกับหู ไม่ขยับไปมา


5. Triceps Kickbacks 3 เซ็ท เซ็ทละ 15 ครั้ง
รักษาระดับข้อศอกให้อยู่แนวเดียวกับหัวไหล่นะคะ ถ้าข้อศอกเริ่มตก แสดงว่าเวทหนักไป ลดน้ำหนักเวทให้เบาลง


6. Triceps Dip 3 เซ็ท เซ็ทละ 15-30 ครั้ง
เวลาท่าที่เป็น bodyweight แนะนำให้ทำเป็น max reps คือทำให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยรักษาฟอร์มให้ถูกต้องด้วย


7. Dumbbell Skull Crusher 3 เซ็ท เซ็ทละ 15 ครั้ง
ท่านี้เป็นท่าเล่นกล้ามเนื้อหลังแขนที่แอนชอบมากๆ :D ชื่ออาจจะดูโหดไปหน่อย
สิ่งที่ต้องระวังสำหรับท่านี้จะเหมือนกับท่า Overhead DB Extension นะคะ
  1. ข้อศอกอย่ากางออกด้านข้าง
  2. เวลาดันเวทขึ้น ให้บีบกล้ามเนื้อไตรเซ็พด้วย
  3. ถ้าทำไปแล้วครึ่งทางแขนเริ่มสั่น อย่าฝืนทำต่อนะคะ ให้วางเวทลง ไม่งั้นจะดัมเบลล์จะตกใส่หน้าได้


คนสอนหน้าแอบคล้าย Josh Duhamel นิดๆเนาะ ;)

วันนี้ไม่มีเล่นหน้าท้องนะคะ เพราะเมื่อวานเราเพิ่งทำไป แต่อย่าลืมทำคาร์ดิโอ 25 นาที หลังจากเล่นเวทเสร็จเหมือนเมื่อวานด้วยนะคะ



ขอบคุณที่ติดตามค่ะ สนุกกับการออกกำลังกายนะคะ :)

แอน

ติดตามอัพเดทของบล็อกได้ทาง Drop Dead Healthy Facebook Page

Tuesday, September 25, 2012

12-Week Lifting Program Week 7-Week 8 Day 1

สวัสดีค่ะ

อาทิตย์นี้ทั้งอาทิตย์ รายละเอียดคงจะเป็นรูปภาพ ไม่ก็วิดีโอที่เสิร์ชจากยูทูปนะคะ เพราะข้อมือแอนยังเจ็บอยู่จากเมื่อวันอาทิตย์ที่เล่น monkey bar กับลูกสาว เคลี่น่ะ กล้าๆกลัวๆ แค่กระโดดเกาะบาร์แป๊ปๆ แล้วก็ปล่อย ไม่ยอมโหนเปลี่ยนบาร์ ไอ้เราก็ด้วยความที่อยากให้ลูกหัดกล้า อยากให้ลูกหายกลัว ก็บอกลูก "ถ้าไม่ต่อสู้กับความกลัว เราก็จะพลาดสิ่งดีๆไปนะ" ว่าแล้วก็โชว์ให้ดู 1 รอบ เห็นมั้ยไม่น่ากลัวเลย แค่มือจะด้านเท่านั้นเอง แกล้งพูดตลกๆให้ลูกหัวเราะ เพราะเคลี่เป็นสาวน้อยที่รักสวยรักงามสุดๆ...ที่ไหนได้ สักพัก ข้อมือเจ็บแปล๊บเลยล่ะค่ะ กลับมาบ้าน ลูกสาวเลยบอกว่า แม่คะ หนูขอบคุณแม่นะคะที่ทำให้หนูไม่กลัว แต่มือแม่เจ็บเนี่ย เดี๋ยวหนูไปเอาน้ำแข็งมาประคบให้นะคะ....แล้วแถมยังกำชับว่า ห้ามหม่ามี้ทำอะไรนะ ให้แด๊ดดี้ล้างจานก็ได้วันนี้ ฮาๆ เจ็บข้อมือ แต่ก็คุ้มนะ ได้สอนลูกให้กล้าขึ้น(แล้วก็ได้นั่งสบายๆไม่ต้องล้างจาน) ชื่นใจลูกสาวจังเลย เชื่อว่าคุณแม่ๆก็คงมีเรื่องราวน่ารักๆของลูกๆให้ชื่นใจแบบนี้เช่นกัน :)

                                    

โอเค เข้าเรื่องเวิร์คเอาท์นะคะ 2 อาทิตย์นี้ เราจะเทรน กล้ามเนื้อกรุ๊ปย่อยๆ การเทรนแบบนี้ ข้อดีคือ เราได้โฟกัสกล้ามเนื้อกรุ๊ปนี้ได้เต็มที่ สร้างความแข็งแรงให้กับจุดอ่อน(weakness)
มีใครได้วัดสัดส่วน หรือถ่ายรูปเก็บไว้เป็นตัววัด progress บ้างมั้ยคะ ตรงนี้สำคัญมากๆ อย่าเอาตาชั่งวัดอย่างเดียว เพราะโปรแกรมนี้ เรายกน้ำหนัก ร่างกายสร้างกล้ามเนื้อขึ้นมา น้ำหนักเราจะอาจจะไม่ลด หรือลดน้อย แต่สิ่งที่เรามองไม่เห็นก็คือ ไขมันมันละลายหายไป ตัวเราจะเล็กและดูเฟิร์มมากขึ้น บางที เราเห็นตัวเองในกระจกทุกวัน มันชินตา รูปถ่าย มันเป็นตัววัดได้ดีนะคะ

วันที่ 1 จะเป็นการเทรนกล้ามเนื้อขาโดยเฉพาะ ทั้ง Quadriceps(กล้ามเนื้อขาด้านหน้า), Hamstring(กล้ามเนื้อขาด้านหลัง), Glutes( กล้ามเนื้อก้น/บั้นท้าย) , Calf (กล้ามเนื้อน่อง)และ เดินบนเทรดมิลล์ระดับ Incline 25 นาที หรือใครจะใช้การเดินเร็ว เดินขึ้นเนิน วิ่งจ็อกกิ้งก็ได้เช่นกัน

Week 7- Week 8
Day 1 : Legs + Cardio 25 minutes Incline Walk
Day 2 : Chest & Triceps + Cardio เหมือนวันที 1
Day 3 : Back & Biceps +  Cardio เหมือนวันที่ 1
Day 4 : Shoulders,Abs & Calves + Cardio HIIT 20 minutes
Day 5- Day 7 : Rest...stay active !!

อุปกรณ์ที่ต้องมี
1. Barbell/ Dumbbells หรือ กระเป๋าใส่ของหนักๆ กระเป๋าsandbag ขวดน้ำ ขวดน้ำยาซักผ้า
2. สมุดจด, ปากกา, นาฬิกาจับเวลาตอนพัก, น้ำดื่ม

Exercise : Legs

1. Back Squats/DB Squats
2. Alternating Side Lunge
3. Single Leg Extension/Single Leg Squats
4. Exercise Ball Hamstring Curls
5. Leg Press/ Lunges
6. One-Leg Wall Sit
7. *Calf Raises ( Bodyweight only)

คำอธิบาย
แต่ละท่า จะทำทั้งหมด 3 เซ็ท 1 เซ็ท ให้ทำตามจำนวนครั้งตามที่ท่านั้นระบุไว้ เมื่อทำครบ 1 เซ็ท ให้พัก 60 วินาทีระหว่างเซ็ท แล้วเริ่มเซ็ทที่ 2 ทำจนครบ 3 เซ็ท จึงเริ่มท่าถัดไป
* ยกเว้นท่าที่ 7 จะไม่มีพักระหว่างเซ็ท แต่ให้ทำท่า Plank Hold ค้างไว้ 30 วินาที แล้วเริ่มเซ็ทที่ 2 *

1. Back Squats/DB Squats ทำ 3 เซ็ท เซ็ทละ 12 ครั้ง
ท่านี้จะทาร์เก็ทกล้ามเนื้อ Quad โดยตรง แล้วยังได้กล้ามเนื้อ hamstring,calves แล้วก็ glutes ด้วยเช่นกัน สำหรับคนที่ทำที่บ้าน ไม่มีบาร์เบลล์ สามารถทำเป็น Dumbbell Squats ได้นะคะ ไม่มีดัมเบลล์ ให้ก็ขวดน้ำใหญ่ๆ 2 ขวด เมื่อก่อนตอนแอนไม่มีดัมเบลล์ จะเก็บขวดน้ำแกลลอน ไม่ก็ขวดน้ำยาซักผ้าขวดใหญ่ๆที่ใช้หมดแล้ว เติมน้ำเข้าไป ปิดฝาให้แน่น ใช้แทนดัมเบลล์ได้เช่นกันค่ะ

วิดีโอสาธิต กดคลิกเลือก Male/Female ได้นะคะ
http://www.bodybuilding.com/exercises/detail/view/name/dumbbell-squat



2. Alternating Side Lunge 3 เซ็ท 1เซ็ท ทำข้างละ 15 ครั้ง
ท่านี้จะทาร์เก็ต Quad โดยตรง นอกจากนี้เราจะได้ส่วนของกล้ามเนื้อ hamstring และ lower back ด้วยค่ะ สามารถเพิ่มความยากได้โดยใช้น้ำหนักเพิ่มเข้ามา เช่นดัมเบลล์, บาร์เบลล์


3. Single Leg Extension/Single Leg Squats  3 เซ็ท 1 เซ็ท ทำข้างละ 12 ครั้ง
คนที่ออกกำลังกายที่บ้าน จะทำท่า Single Leg Squats แทน Single leg extension นะคะ ท่านี้ ใช้เก้าอี้แทนตัว steps ในคลิปสาธิต อาจจะหาเก้าอี้มาวางไว้ด้านข้าง จับเพื่อช่วยการทรงตัว ที่สำคัญคือ น้ำหนัก ให้ลงทั่วๆเท้า เวลายืนขึ้น ให้บีบกล้ามเนื้อก้นด้วยทุกครั้งค่ะ


4. Exercise Ball Hamstring Curls 3 เซ็ท เซ็ทละ 15 ครั้ง

 
 
5. Leg Press/Lunges 3 เซ็ท เซ็ทละ 12 ครั้ง

นั่งหาข้อมูลอยู่นานว่า จะแทน Leg Press ด้วยท่าไหนดี เพราะท่าแรก เราทำ squat ไปแล้ว ก็ได้ข้อสรุปจาก livestrong.com ว่า สามารถแทนได้ด้วยท่า Lunge
เนื่องจากทำข้างละ 12 ครั้ง ตรงนี้ bodyweight อาจจะง่ายเกินไปสำหรับบางคน เพราะฉะนั้นเพิ่มดัมเบลล์เข้ามาได้ค่ะ
                             
6. One-Leg Wall Sit 3 เซ็ท 1 เซ็ท ค้างไว้ข้างละ 30-45 วินาที
ท่านี้จะเหมือนกับท่า Wall Squat/Wall Sit ของวีคที่ผ่านมา แต่ว่า เราจะยกขาข้างนึงพาดขาข้างที่ทำ squat ไว้(เหมือนเป็นเลข 4)  ดังนั้นน้ำหนักทั้งหมดจะถ่ายไปอยู่ข้างที่ squat อยู่

 
 
7.  Calf Raises(Bodyweight only) 3 เซ็ท เซ็ทละ 25-40 ครั้ง + ต่อด้วยท่า Plank Hold 30 วินาที ไม่มีพักระหว่างเซ็ทนะคะท่านี้*
ท่านี้ สาวๆทั้งหลายไม่ต้องกลัวนะคะว่า ทำแล้วน่องจะโต น่องจะไม่โต ไม่ปูด เพราะเราใช้แค่น้ำหนักตัว และทำเป็น high reps
 
                               
 
หมดแล้วค่ะสำหรับวันนี้ ไม่มี Abs exercise นะคะวันนี้ แต่อย่าลืม ทำคาร์ดิโอ 25 นาที อย่างที่อธิบายไว้ด้านบน Cardio+Weight training จะช่วยสปีด fat loss นะคะ :)
 
            

ขอให้สนุกกับการเทรนค่ะทุกคน

แอน

ติดตามอัพเดทของบล็อกได้ทาง Drop Dead Healthy Facebook Page

Monday, September 24, 2012

Success Story from Mira กว่าจะวิ่งได้ 10K

สวัสดีค่ะ

วันนี้แอนมีประสบการณ์ของมีร่ามาให้เพื่อนๆอ่านนะคะ

กว่าจะวิ่งได้ 10k
ขอแชร์ประสบการณ์ที่ผ่านมาเกือบครึ่งทางนะคะ เพราะแอนเป็นแรงบันดาลใจเริ่มต้นในการออกกำลังกายแบบจริงจัง เป็นคนหุ่นอวบๆ แบบนี้มาต้ังแต่ใหนแต่ไรนะคะ เคยพยายามลดน้ำหนักหลายรอบ แต่ก็ไม่ได้จริงจังขนาดน้ี รอบนี้จริงจังที่สุดแล้ว
เริ่มต้นที่คุยกะแอนประมาณปลายมีนา แอนแนะนำเวิร์คเอาท์หลายตัว ตอนนั้นไปพักผ่อนที่ฟลอริดา เลยเริ่มต้นด้วยการวิ่ง วันแรกว่ิงได้ไม่ถึงไมล์นะคะ แต่เพราะความต้ังใจจริงๆ คราวนี้ก็เลยวิ่งทุกวัน
อาทิตย์แรก 1 ไมล์ วิ่งมั่งเดินมั่ง
อาทิตย์ที่ 2-3 เริ่ม 2 ไมล์
อาทิตย์ที่ 4 เริ่ม 3 ไมล์
หลังจากน้ันก็วิ่งระหว่าง 2-3 ไมล์

ผ่านไป 3 เดือนน้ำหนักลงแค่ 5 พาวน์เอง ทำบอดี้เวทด้วยนิดหน่อย แอบท้อนะ ที่น้ำหนักไม่ลงเยอะเหมือนคนอ่ืน
ที่ลงไม่เยอะเพราะ เป็นคนชอบกิน และชอบทำอาหาร แถมต้องทำอาหารเลี้ยงแขกบ่อยๆ อันนี้เป็นข้ออ้างอ่ะเนอะ แต่ไม่ทานฟาสฟูดนะคะ ไม่ชอบส่วนตัว
ไม่ทานน้ำอัดลมมานานนนมาก เพราะท้องไม่ดี ทานข้าวกล้อง ผัก ปลา เป็นปรกติ เลยไม่รู้จะตัดอะไรออกดี (ข้ออ้างอีกแระ) แถมระบบเผาผลานต่ำกว่าปรกติ กำลังจะไปเช็คไทรอยน์ด้วย

เดือนที่ 4 กลับจากพักผ่อน ก็ลุยงานสังคม เยอะมากก งานแต่ง งานวันเกิด ไม่ได้วิ่งเลย แถมทานเยอะอีก

เดือนที่ 5 เพ่ือนกลุ่มที่เคยทำ crossfit ด้วยกันรวมตัวกันอีกรอบ ทำ ครอสฟิต 3 วันต่ออาทิตย์ พร้อมทั้งมีกลุ่มเทรนว่ิงสำหรับนักวิ่งมือใหม่ สอนวิ่งแบบอาสาสมัคร ไม่ได้ค่าจ้างนะคะ เลยไปหัดวิ่งแบบถูกวิธีจากนักวิ่งมาราธอนหลายคน ว่ิง สามวันต่ออาทิย์ แต่มีหน่ึงวันตรงกับครอสฟิตเลยกลายเป็น วิ่ง 3 วัน ครอสฟิต 2 วัน พัก 2 วัน แต่บางทีฮึดๆ วันอาทิตย์ก็ไปวิ่งเองกับเพ่ือน

มาถึงการเทรนวิ่งที่เค้าเทรน จะแบ่งเป็นสองกลุ่ม กลุ่มคนไม่เคยวิ่งเลย (เทรนให้วิ่ง 5k ) และเคยวิ่งมาแล้ว (เทรนว่ิง 10k)
ตอนแรกปอดแหกกลัวว่ิงไม่ไหวเลยไปจอยกลุ่มคนไม่เคยวิ่งเลย วันแรก เดิน 3 นาที วิ่งเหยาะๆ 1 นาที สลับแบบน้ีไปจนครบ 2 ไมล์ รู้สึกว่าตัวเองวิ่งได้มากกว่านั้นเลยเปลี่ยนกลุ่มไปเทรน 10k

กลุ่มเทรน 10k นี่วิ่งตลอดไม่หยุดเดินนะคะ วันแรก 3 ไมล์เลย แต่เค้าห้ามวิ่งเร็ว พอครบสามไมล์ไม่เหนื่อยเลย เพราะไม่ได้วิ่งเร็วจนหายใจไม่ทัน
เดือนแรกที่เทรน วิ่งระหว่าง 3-4 ไมล์ ยังวิ่งแบบสบายๆ ไม่เร็ว
3 อาทิตย์หลัง เพิ่มมาเป็น 4-6 ไมล์และเริ่มวิ่งเร็ว คร่ึงไมล์สลับกับวิ่งปรกติ

ผ่านไปเดือนครึ่งที่เทรนก็จะวิ่งเร็วขึ้นเองโดยไม่รู้ตัว
อ้อคนที่ไม่เคยว่ิงเลย เห็นอาทิตย์สุดท้ายที่เทรนเค้าก็วิ่งกันได้ 2-3 ไมล์นะคะ

วันน้ีเป็นวันวิ่ง วิ่ง 10k ทำเวลาไป 59นาที ซึ่งดีกว่าตอนซ้อมตั้ง 12 นาที (แอบดีใจ :))
                                    

มาถึงน้ำหนัก ไอ้ที่ลงไป 5 พาวน์น้ันหลังจากเล่น crossfit มันก็เด้งกลับมาอ่ะ แอบใจเสีย แต่มีคนทักว่าผอมลงแฮะ ลงสัยไขมันหาย กล้ามมาแทน เลยไม่ได้สนใจตัวเลขบนตาช่ังแบบบ้าคล่ังเหมือนเมื่อก่อน



                               

ตั้งเป้าไว้ 1 ปีสำหรับการผอม ตอนนี้จะเพิ่มยกเวทมากกว่าเดิม ก็ต้องพยายามต่อไป ถึงวันนั้นจะได้มี before-after สวยๆ มาฝากนะคะ
ขอบคุณท่ีอ่านจบ. ยาวมากก


                                   
ขอบคุณมีร่ามากๆที่สละเวลาเล่าประสบการณ์ดีๆสู่กันฟัง ใครที่ชอบวิ่ง คงจะได้เกร็ดความรู้ไปบ้างนะคะ ตัวแอน จะวิ่ง/เดินตอนเช้าๆวันละ 30 นาที ไม่เคยได้นับว่ามันกี่ไมล์ แต่ยอมรับกว่า แรกๆเหนื่อย ปวดขาไปเลย เพราะไม่ชินกับการวิ่ง แม้ว่าจะออกกำลังกายเป็นประจำ คนที่วิ่งได้ 10K นี่เก่งมากๆ นับถือมีร่าจริงๆ :)

สำหรับเรื่องน้ำหนัก รูปมีร่าเป็นตัวบ่งบอกทุกอย่างนะคะ  สวยสุขภาพดีมากๆ :) เคยเขียนไปหลายทีแล้ว และก็จะย้ำอีกที ตัวเลขไม่ได้บ่งบอกถึงการประสบผลสำเร็จ การมีสุขภาพดี ความแข็งแรง หรือสมรรถภาพทางการกีฬาของเรา  ออกกำลังกายเพื่อสุขภาพนะคะทุกคน
                               

ขอบคุณที่ติดตามค่ะ

แอน